วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

"หมาป่ากรุงโรม" โรมา ผงาดขึ้นนำเป็นจ่าฝูงครั้งแรกได้สำเร็จ เมื่อเก็บชัยชนะเป็นนัดที่ห้าติดต่อกัน ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ อตาลันตา 2-1 ส่วน เอซี มิลาน ฟอร์มฝืดเมื่อเป็นฝ่ายต้องไล่ตีเสมอ คาตาเนีย

"ชาวเกาะ" เรอัล มายอร์กา ยังเก่งในบ้านต่อเนื่อง เมื่อเฝ้ารังเอาชนะ บาเลนเซีย ที่เหลือตัวผู้เล่น 10 คน 3-2 ขณะที่ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ซึ่งเหลือตัวผู้เล่น 10 คนเช่นเดียวกัน บุกไปโดน เอสปันญอล ยำเละ 3-0...

ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน เมื่อวันที่ 11 เม.ย. มีทำการแข่งขันกัน 5 คู่ ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่เกมซึ่งจับเอาทีมหัวตารางมาเจอกัน ระหว่างทีม "ชาวเกาะ" เรอัล มายอร์กา ทีมอันดับ 5 ที่กำลังลุ้นคว้าตั๋วยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เปิดบ้านพบ "เจ้าค้างคาว" บาเลนเซีย

โดยเริ่มเกมขึ้นมา เป็นเจ้าถิ่น มายอร์กา ที่ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว กอนซาโล คาสโตร สับไกนอกเขตโทษ ด้วยซ้ายเข้าไปให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 7 แล้วจากนั้นต่อมานาที 22 คาสโตร ก็เปิดบอลให้ ปิแอร์ เวโบ โขกเข้าไปให้สกอร์ฝั่งเจ้าบ้านไหลไปเป็น 2-0

เกมดำเนินต่อมาถึงครึ่งหลัง บาเลนเซีย มาตีตื้นไล่เป็น 1-2 จากการยิงของ จอร์ดี อัลบา ในนาทีที่ 46 อย่างไรก็ตาม เจ้าค้างคาว กลับมาต้องมาโดนยิงห่างออกไปอีกหนึ่งลูกในนาที 63 เมื่อมานูเอล เฟอร์นันเดส สกัดบอลเข้าประตูตัวเองไป

อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนยังไม่ละความพยายามในการที่จะขอแบ่งแต้มกลับบ้าน เมื่อมาตีคืนได้อีกหนึ่งลูกในนาที 86 ดาบิด บีญา แทงบอลให้ ปาโบล เฮอร์นันเดซ หลุดเข้าไปยิงเป็น 2-3 แต่อีกเพียงแค่เดียวต่อมา บาเลนเซีย ก็กลับต้องมาเหลือตัวผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน เมื่อ เฟอร์นันเดส มาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป แล้วช่วงที่เหลือทั้งสองทีมต่างทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เรอัล มายอร์กา เป็นฝ่ายเอาชนะ บาเลนเซีย ไป 3-2 โดยหลังจากจบนัดนี้ มายอร์กา จะมี 51 แต้ม จากการลงสนาม 31 นัด อยู่ที่ 5 เหมือนเดิม ขณะที่ บาเลนเซีย มี 56 แต้มอยู่ที่ 3

ส่วนคู่ระหว่าง "เจ้านกแก้ว" เอสปันญอล ซึ่งเฝ้ารังพบกับ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ผลปรากฏว่า เจ้าถิ่นฟอร์มโหดสุดๆ หลังเป็นฝ่ายไล่ถลุงไป 3-0 โดยมาได้ประตูแรกในช่วงต้นครึ่งหลังนาที 47 จากการยิงของ บิคเตอร์ รุยซ์

จากนั้นต่อมานาที 67 เอสปันญอล ก็มาบวกเพิ่มลูกที่สอง จากจังหวะที่ โฆเซ กาเยฆอน เปิดให้ ดาเนียล ออสวัลโด โหม่งผ่านมือ ดาวิด เด เคีย เข้าไปเป็น 2-0 แถมจากนั้นนาที 84 สถานการณ์ของทีมเยือนก็ยิ่งมาย่ำแย่เข้าไปอีก เมื่อ โธมัส อูจ์ฟาลูซี มาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป

สุดท้ายช่วงทดเวลา เอสปันญอล ที่มีตัวผู้เล่นมากกว่า ก็มายิงปิดกล่องลูกที่สามจาก อิบัน อลอนโซ ก่อนจบเกม เอสปันญอล เปิดบ้านถล่ม แอต.มาดริด ขาดลอย 3-0 ขณะที่หลังจากจบนัดนี้ เอสปันญอล ที่เก็บเพิ่มอีกสามแต้มเป็น 37 แต้มเท่ากับอีกสามทีมคืิอ สปอร์ติง กิฆอน, โอซาซูนา และ อัลเมเรีย แต่ลูกได้เสียแย่สุด เลยยังต้องอยู่ที่ 14 ต่อไป ส่วน แอตเลติโก มาดริด มี 40 แต้ม อยู่ที่ 10

สรุปผล ฟุตบอล ลาลีกา สเปน เมื่อวันที่ 11 เม.ย.
แอธเลติก บิลเบา 4-1 อัลเมเรีย
ลา กอรุนญา 1-1 ราซิง ซานตาเดร์
โอซาซูนา 2-0 เรอัล ซาราโกซา
เอสปันญอล 3-0 แอตเลติโก มาดริด
เรอัล มายอร์กา 3-2 บาเลนเซีย

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

โรมาชนะแซงงู มิลานไล่เจ๊า ยูเว่เชือดกายารี

"หมาป่ากรุงโรม" โรมา ผงาดขึ้นนำเป็นจ่าฝูงครั้งแรกได้สำเร็จ เมื่อเก็บชัยชนะเป็นนัดที่ห้าติดต่อกัน ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ อตาลันตา 2-1 ส่วน เอซี มิลาน ฟอร์มฝืดเมื่อเป็นฝ่ายต้องไล่ตีเสมอ คาตาเนีย 2-2 ขณะที่ ยูเวนตุส เชือด กายารี 1-0...

ศึกฟุตบอลกัลโช ซีรีเอ อิตาลี เมื่อวันที่ 11 เม.ย. มีทำการแข่งขันกันทั้งหมด 8 คู่ โดยคู่สำคัญ อยู่ที่เกมระหว่างทีม "หมาป่ากรุงโรม" โรมา เปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก พบกับ อตาลันตา ทีมท้ายตารางอันดับที่ 18 โดยเกมนี้หากลูกทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี สามารถคว้าสามแต้มได้ ก็จะแซง อินเตอร์ มิลาน ที่ทำได้แค่เสมอกับ ฟิออเรนตินา 2-2 ในวันเสาร์ ขี้นไปเป็นจ่าฝูงทันที

เกมนี้เปิดฉากมาแค่ 12 นาที ก็มีประตูทันที และเป็นกองเชียร์ฝั่ง โรมา ที่ได้เฮก่อน เมื่อ มีร์โก วูชินิช มาซัดให้ทีมขึ้นนำ 1-0 แถมอีกเพียงแค่ที่นาที 27 ต่อมา เจ้าบ้านก็ได้ประตูนำห่างลูกที่สอง ฟรานเชสโก ต็อตติ ดาวยิงกัปตันทีมเปิดบอลให้ เมาโร คาสเซ็ตติ โขกเข้าไปเป็น 2-0

จากนั้นเกมเลยมาถึงช่วงครึ่งหลัง นาที 53 ทีมเยือนก็ได้ประตูตีตื้นขึ้นมาเป็น 1-2 จากซิโมเน ตริบ็อคคี ขณะที่ช่วงที่เหลือ โรมา พยายามยิงประตูเพิ่ม แต่ไม่สำเร็จ ทำให้จบเกมด้วยการเอาชนะไปเป็นแบบฉิวเฉียด 2-1 แต่ยังเพียงพอส่งให้ทีม หมาป่ากรุงโรม แซง อินเตอร์ ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จ

ส่วนคู่ระหว่าง "ปิศาจแดงดำ" เอซี มิลาน เล่นในรังซานซีโร ของตัวเอง พบกับ คาตาเนีย ปรากฏว่า เจ้าถิ่นยังฟอร์มเอาแน่เอานอนไม่ได้เช่นเคย เมื่อโดน คาตาเนีย บุกยิงขึ้นนำก่อน 2-0 จากมักซี โลเปซ นาที 12 และช่วงท้ายครึ่งแรกนาที 43 จาก อันเดรีย ริคชิอุยติ

แต่ยังดีที่พอกลับมาเล่นครึ่งหลัง เลโอนาร์โด ไปแก้เกมให้รอสโซเนรี มาใหม่ เอซี มิลาน ก็มาตีเสมอคืนเป็น 2-2 ได้สำเร็จ จากการเหมายิงคนเดียวสองประตูของ มาร์โก บอร์ริเอลโล นาที 47 และ 80 ช่วยให้สุดท้าย "ปิศาจแดงดำ" ยังมีหนึ่งแต้มติดมือไปได้

ขณะที่อีกหนึ่งเกมสำคัญ ทีม "ม้าลาย" ยูเวนตุส ซึ่งยังต้องลุ้นโควต้าแชมเปียนส์ลีก เฝ้ารังพบกับ กายารี โดยเกมนี้เจ้าถิ่นได้ จอร์โจ คิเอลลินี ปราการหลังตัวเก่งเป็นฮีโร่ให้กับทีม เมื่อเติมขึ้นมาโขกประตูชัยเข้าไปในนาที 35 ก่อนพาทีมเบียดชนะเอาไปได้ 1-0

สรุปตารางคะแนนในช่วงกลุ่มลุ้นแชมป์ ปรากฏว่า โรมา แซงขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จ จากการลงเล่น 33 นัด มี 68 คะแนน ตามมาด้วย อินเตอร์ มิลาน อันดับสอง มี 67 คะแนน และอันดับ เอซี มิลาน มี 64 คะแนน

สรุปผล ฟุตบอล กัลโช ซีรีเอ อิตาลี เมื่อวันที่ 11 เม.ย.
เอซี มิลาน 2-2 คาตาเนีย
โรมา 2-1 อตาลันตา
โบโลญญา 2-3 ลาซิโอ
ยูเวนตุส 1-0 กายารี
ลิวอร์โน 0-2 อูดิเนเซ
ปาแลร์โม 3-1 คิเอโว
เซียนา 3-2 บารี
ซามพ์โดเรีย 1-0 เจนัว

วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

"หมาป่าเมืองเบียร์" โวล์ฟสบวร์ก โชว์ฟอร์มดีเมื่อสาย หลังเก็บชัยชนะในลีกเป็นนัดที่สามติดต่อกัน ด้วยการบุกไปเอาชนะ เนิร์นแบร์ก 2-0 คู่กองหน้าตัวเก่งทั้ง เอดิน เซโก และ กราฟิเต ช่วยกันยิงคนละลู

เลิศชาย อิสราสุวิภากรณ์ นักฟุตซอลทีมชาติไทย เตรียมบินไปเล่นลีกญี่ปุ่นอีกครั้งเป็นเวลา 1 ปี ขณะที่ “แคท เทเลคอม” สนใจ 2 แข้งจากทีม "ฟ้า-ขาว" อาร์เจนตินา ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ในศึกไทยแลนด์ไฟฟ์ ที่จ.อุดรธานี พร้อมทุ่มค่าเหนื่อยล่อใจกว่าเดือนละ 1 แสนบาท...

“บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลแห่งชาติ ได้ประเมินผลงานทีมชาติไทยหลังจบการแข่งขันฟุตซอล ไทยแลนด์ไฟฟ์ 2010 ที่ จ.อุดรธานี ซึ่งไทยได้อันดับ 4 มี 3 แต้มเช่นเดียวกับ อาร์เจนตินา อุซเบกิสถาน แต่ประตูได้เสียสู้ไม่ได้ว่า ปัญหาของทีมชาติไทยคือ การเรื้อสนามอย่างแท้จริง สังเกตุว่าเราพัฒนาฟอร์มการเล่นจากวันแรกจนถึงวันสุดท้ายดีขึ้นเป็นลำดับ หากกลับกันเปลี่ยนจากการเจออุซเบกิสถานก่อนแล้วมาเจออาร์เจนตินา แมตช์สุดท้ายเหมือนโปรแกรมเดิม ตนคิดว่าเราน่าจะมีโอกาสชนะ ผู้เล่นเราสามารถที่จะรักษามาตรฐานการเล่นได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลาปรับตัวสักเล็กน้อย ซึ่งปัญหานี้ ทางปูลปิส โค้ชชาวสเปนนั้นได้มองเห็นและคาดเอาไว้แล้ว จึงเสนอแผนเก็บตัวที่บาร์เซโลนา ประเทศสเปน ก่อนจะไปทำศึกชิงแชมป์เอเชีย แต่ตนขอดูฟอร์มของทีมไทยในทัวร์นาเมนต์นี้ก่อนว่าจำเป็นเพียงใด ซึ่งผลที่ออกมาก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า เราคงต้องไป โดยตนจะหางบประมาณเดินทางไปเก็บตัวราว 1 สัปดาห์ ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม จากนั้นกลับมาอุ่นเครื่องกับออสเตรเลียที่บ้านเรา 2 แมตช์ก่อนจะเดินทางไปอุซเบกิสถานวันที่ 23-30 พ.ค.นี้

ประธานพัฒนาฟุตซอลไทย ยังได้กล่าวถึงการเตรียมทีมของไทยอีกว่า ทีมไทยต้องเตรียมตัวสำหรับฟุตซอลโลกที่เราเป็นเจ้าภาพด้วย ไม่ไช่แค่ชิงแชมป์เอเชียอย่างเดียว ดังนั้นหลังจากชิงแชมป์เอเชีย เราก็จะเตรียมทีมต่อ และจะหาทัวร์นาเม้นต์ให้ผู้เล่นได้เล่นโดยตลอด โดยปลายปีอาจจะจัดฟุตซอล 4 เส้าขึ้นมาอีกครั้ง

ด้าน ปูลปิส โค้ชชาวสเปน กล่าวว่า ตนพอใจฟอร์มของนักเตะดาวรุ่งหลายราย อย่าง ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง และ เกียรติยศ แฉล้มเขตร์ ที่มีการพัฒนาขึ้นมาก นอกจากนี้เด็กใหม่อย่าง นที ธุศิริ นั้น ก็เปิดตัวได้ดีมีแววจะเป็นหลักในอนาคตได้ เพราะมีความเร็วและแข็งแกร่ง ส่วนคู่แข่งที่น่ากลัวขึ้นมาอย่าง อุซเบกิสถาน นั้นน่าจับตามองเป็นอย่างมาก

ขณะที่ “เลิศชาย อิสราสุวิภากรณ์” ได้ตัดสินใจต่อสัญญากับต้นสังกัดแดนปลาดิบ “โตเกียว คูฟู แอธเลติก” ทีมในศึกเจแปนเนชั่นแนลฟุตซอลลีก ที่ก่อนหน้านี้ได้ยื่นข้อเสนอในการยืมตัว “เลิศชาย” ไปค้าแข้งเป็นระยะเวลา 4 เดือน นับตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นแข้งโต๊ะเล็กไทยรายแรกบนลีกอาชีพญี่ปุ่น หลังสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างเข้าตา จนได้มีการต่อสัญญาเพิ่มเป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา พร้อมกับรายได้ต่อเดือนจำนวนถึงกว่า 1.5 แสนบาท รวมถึงที่พักอีกด้วย

ขณะที่ นายเมธิศิลป์ เชื้อเจริญ ผจก.ทีมแคทเทเลคอม ก็ได้มีการเปิดเผยเรื่องนี้ว่า เราเองก็รู้สึกเสียดายเหมือนกันที่ต้องเสีย เลิศชาย ที่เลือกไปเล่นที่ญี่ปุ่น แต่พร้อมปล่อยเพื่อให้นักเตะไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ซึ่งตอนนี้ก็ได้ทำการติดต่อประสานงานกับ “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาเทคนิคฟุตซอลแห่งชาติถึงความเป็นไปได้ที่จะเซ็นสัญญาคว้า 2 แข้งทีมชาติอาร์เจนติน่าเข้ามาเสริมทัพต่อไป โดยพร้อมที่จะทุ่มค่าเหนื่อยให้ถึงเดือนละกว่า 1 แสนบาท สำหรับการช่วยสร้างผลงานอันโดดเด่นรวมถึงสีสันของการแข่งขันต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นนักเตะรายไหน แต่หากไม่เป็นดังที่หวังก็เตรียมเบนเข็มไปยังแข้งชาวบราซิลโดยเฉพาะ “ซูซ่า” ซูปเปอร์สตาร์เมื่อซีซั่นที่แล้วให้กลับมาร่วมบู๊ต่อในซีซั่นใหม่ที่ใกล้จะเริ่มขึ้นเร็วๆ

วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

'หมาป่า' ขย้ำเนิร์กแบร์ก2-0, สิงห์เหนือเข่น2-1

"หมาป่าเมืองเบียร์" โวล์ฟสบวร์ก โชว์ฟอร์มดีเมื่อสาย หลังเก็บชัยชนะในลีกเป็นนัดที่สามติดต่อกัน ด้วยการบุกไปเอาชนะ เนิร์นแบร์ก 2-0 คู่กองหน้าตัวเก่งทั้ง เอดิน เซโก และ กราฟิเต ช่วยกันยิงคนละลูก ขณะที่อีกคู่ "สิงห์เหนือ" บุกเชือด โบคุม 2-1...

ศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อวันที่ 11 เม.ย. มีทำการแข่งขันกันสองคู่ คู่แรก เนิร์กแบร์ก ทีมอันดับ 14 ของตาราง เปิดสนาม อีซีเครดิต สตาดิโอน รับแชมป์เก่า "หมาป่าเมืองเบียร์" โวล์ฟสบวร์ก ทีมอันดับที่ 9

เปิดฉากครึ่งแรกนาที 13 ทีมเยือนมีลุ้นก่อน มาร์เซล เชเฟอร์ โยนลูกเตะมุมให้ กราฟิเต ดาวยิงทีมชาติบราซิล โขกบอลหลุดกรอบออกหลังไป แล้ว เนิร์นแบร์ก ได้ตอบโต้ในอีก 2 นาทีต่อมา อันเดรียส อ็อตเติล ยิงไกลให้ ดีเอโก เบนาโญ เซฟเอาไว้ได้

จากนั้นนาที 29 ฮาเวียร์ ปิโนลา มีจังหวะยิงให้ เบนาโญ ต้องปัดทิ้งออกหลัง ต่อมานาที 35 อังเดร โวล์ฟ โขกลูกเตะมุมของ มาร์เซล ริสเซ แต่ไม่ตรงกรอบ แล้วช่วงทดเวลาครึ่งแรก เอดิน เซโก กับ ซเวจดาน มิซิโมวิช มีโอกาสซัดให้ โวล์ฟสบวร์ก ได้ลุ้นอีกคนละครั้ง แต่ยังหวังผลไม่ได้ทั้งคู่ ก่อนจบครึ่งแรก ด้วยการยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0

เขี่ยบอลเล่นครึ่งหลัง นาที 47 เนิร์นแบร์ก พยายามโหมบุกยิงชิงความได้เปรียบ ทำให้ เบนาโญ นายด่านทีมเยือนต้องออกแรงสามครั้งติดๆ จากการดาหน้ากันเข้ามายิงของ ริสเซ และ อัลเบิร์ต บันยาคู แต่โกล์ชาวอาร์เจนไตน์ยังปัดป้องไว้ได้ทั้งหมด

ต่อมานาที 61 เนิร์นแบร์ก ยังทำได้ดีกว่า ริสเซ สับไกให้ เบนาโญ ต้องออกแรงเซฟอีกครั้ง ขณะที่จังหวะติดกัน อิลเคย์ กุนโดแกน ได้ลุ้นยิงในกรอบเขตโทษ แต่ไม่ผ่านมือ เบนาโญ เช่นเคย แล้วนาที 66 เจ้าถิ่นที่กำลังบุกเพลินๆ กลับมาโดนยิงเสียเอง เมื่อ มิซิโมวิช เปิดบอลให้ เซโก หลุดเข้าไปยิงผ่านมือ ราฟาเอล เชเฟอร์ เข้าไปให้ทีมแชมป์เก่าขึ้นนำ0-1

เท่านั้นไม่พอ นาที 78 ทีมหมาป่า มาได้ประตูย้ำชัยชนะลูกที่สอง มาโกโตะ ฮาเซเบะ เปิดลูกฟรีคิกไปเข้าหัว กราฟิเต โขกไม่เหลือให้ โวล์ฟสบวร์ก นำห่างเป็น 2-0 ก่อนจะรักษาสกอร์นี้ไว้จนจบเกม โดยหลังจบโปรแกรมวันที่ 11 เม.ย. โวล์ฟสบวร์ก จะขยับขึ้นหนึ่งอันดับมาอยู่ทีี่ 8 จากการลงเล่น 30 นัด มี 46 คะแนน ส่วน เนิร์นแบร์ก มี 28 แต้ม อยู่ที่ 14 ยังคงต้องลุ้นหนีตกชั้นต่อไป

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

'หงส์' จืด เจ้าสัวอุดเจ๊า0-0, 'ปอมปีย์' ชิงเอฟเอ

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ถึงกับกระสุนด้าน หลังเจอเกมอุดของ ฟูแลม จนทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ 0-0 เก็บได้แค่แต้มเดียว อดทำคะแนนจี้ แมนฯซิตี้ ทีมอันดับ 4 ลุ้นตั๋วแชมเปียนส์ลีก เมื่อยังคงตามห่างอยู่ถึงสามคะแนน...

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. เกมที่สนามแอนฟิลด์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับมือ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแลม โดยคู่นี้เพิ่งผ่านเข้ารอบตัดเชือกเกมยูโรปา ลีก เมื่อวันพฤหัสบดีมาด้วยกันทั้งคู่ ขณะที่เกมนี้เจ้าบ้านไม่มีชื่อของ "เอลนินโญ" เฟอร์นันโด ตอร์เรส ดาวยิงตัวเก่ง โดยเป็น ดาวิด เอ็นก็อก ทำหน้าที่แทน ขณะที่ อัลแบร์โต อาควิลานี เบียด ลูคัส เลวา ลงมาเป็นตัวจริง คอยคุมแดนกลางร่วมกับ ฮาเวียร์ มาสเคราโน

เริ่มเกมมาแค่ 4 นาที ลิเวอร์พูล ได้โอกาสทักทายผู้มาเยือนทันที จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายของ สตีเวน เจอร์ราร์ด เปิดเลยมาเสาสองถึง ดาเนียล แอ็คเกอร์ โขกชงกลับไปหน้าประตูให้ ไรอัน บาเบิล หาจังหวะตวัดยิง แต่ยังติดแนวรับฟูแลม สกัดออกไปได้ แล้วอีก 3 นาทีต่อมา เจอร์ราร์ด โชว์จังหวะวางบอลให้ ดาวิด เอ็นก็อก วิ่งเข้าเขตโทษ ก่อนสอดเหยียดขายิงจังหวะเดียว บอลหลุดเสาซ้ายมือไป

นาที 32 จากจังหวะเล่นเตะมุมสั้น อาควิลานี ไหลให้ ฮาเวียร์ มาสเคราโน ได้โอกาสตั้งป้อมยิงไกลระยะ 25 หลา บอลติดไซต์ก้อยให้ ชวาร์เซอร์ ต้องออกแรงบินปัดออกไป จากนั้นเกมเดินทางมาถึงช่วงทดเวลา ดาเนียล แอ็คเกอร์ เติมขึ้นมายิงไกลของถนัด บอลเฉียดคานบนไปแบบได้ลุ้น ขณะที่ช่วงที่เหลือ เจ้าบ้านยังเจาะไม่เข้า ก่อนจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ยังคงเสมอกับ ฟูแลม 0-0
กลับมาเล่นครึ่งหลังได้ไม่ถึงสองนาที มักซี ได้โอกาสตบบอลจากเส้นหลังไปหน้าประตู แนวรับฟูแลม สกัดไม่ดีไปเข้าทาง อาควิลานี วิ่งเข้ามาสวนด้วยขวา แต่ซัดเบาไปเข้ามือ ชวาร์เซอร์ รับสบาย

อาควิลานี ยังหาโอกาสส่องไกลลุ้นประตูได้อย่างต่อเนื่อง นาที 50 มักซี ได้โอกาสพลิกเก็บบอลในเขตโทษ ก่อนไหลให้ "เจ้าชายน้อย" บรรจงปั่นบอลให้ ชวาร์เซอร์ ต้องสปริงตัวปัดออกหลังไป ขณะที่จากจังหวะเตะมุม เจอร์ราร์ด เล่นสั้นจ่ายให้ มาสเคราโน ที่แตะต่อมายัง อาควิลานี จับหนึ่งจังหวะ ก่อนใส่ด้วยซ้าย บอลหลุดเสาซ้ายมือออกหลัง

เรดแมชชีน ยังโหมหนัก นาที 54 บาเบิล ได้ลุยขึ้นไปถึงเส้นหลังฝั่งซ้าย ก่อนไหลกลับมาให้ อาควิลานี เข้ามายิงติดแนวรับเจ้าสัวน้อย บอลเลยไปเสาสองถึง มักซี ได้ยิงจ่อๆ แต่กลับซัดไปติดตัว ชวาร์เซอร์ เสียอีก แล้วต่อมานาที 62 เจอร์ราร์ด ได้ลุยหลุดถึงเส้นหลังฝั่งซ้าย ก่อนเปิดไปหน้าประตู แนวรับฟูแลม โหม่งสกัดไม่ดี บอลลอยไปเข้าทาง แอ็คเกอร์ เติมขึ้นมาสวนตูมเดียว บอลหลุดกรอบไร้ทิศทางออกไป แล้วอีกนาทีเดียวต่อมา บาเบิล ได้จังหวะเลี้ยงตัดในจากฝั่งซ้าย แล้วยิงยัดไปที่เสาแรก แต่ ชวาร์เซอร์ ยังไม่พลาด พุ่งปัดออกหลังไปได้

จากนั้นนาที 77 ลิเวอร์พูล เล่นลูกเตะมุมสั้นฝั่งซ้ายมาที่ เดิร์ก เคาท์ ก่อนหยอดไปเสาสองให้ โซติริออส คีร์เกียคอส เติมขึ้นมาโขกข้ามคาน แล้วช่วงท้ายเกมนาที 86 ยอสซี เบนายูน ได้จังหวะพาบอลขึ้นทางซ้าย ก่อนเปิดไปหน้าประตู แต่ติดแนวรับฟูแลม บอลยังมาเข้าทาง ดาเนียล ปาเชโก หัวหอกดาวรุ่งที่ลงมาเป็นตัวสำรอง และเกือบเป็นฮีโร่ให้ทีม เมื่อได้พักบอลก่อนสับไกเน้นๆ แต่กองหลังทีมเยือนก็ยังถลาเข้ามาบล็อกไว้ได้

ช่วงทดเวลา แฟนๆ ในแอนฟิลด์เกือบน้ำตาตก เมื่อ เดเมียน ดัฟฟ์ ได้จังหวะหลุดขึ้นยิงติดเซฟ โฆเซ เรนา ก่อนจบเกม ลิเวอร์พูล ทำได้แค่เสมอ ฟูแลม 0-0 โดยหลังจบเกมนี้ ลิเวอร์พูล จะยังอยู่ที่ 6 ลงเล่น 34 นัด มี 56 แต้ม ขณะที่ ฟูแลม ขึ้นมาอยู่ที่ 11 ลงเล่น 33 นัด มี 42 คะแนน

ขณะที่เกมเอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบรองชนะเลิศระหว่าง "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ กับ "ปอมปีย์" พอร์ตสมัธ ที่เพิ่งตกชั้นไปแน่นอนแล้ว อย่างไรก็ตาม เกมนี้ลูกทีมของอัฟราม แกรนต์ กลับมีลูกฮึด เอาชนะพร้อมกับผ่านเข้าชิงชนะเลิศไปได้

โดยเกมนี้ ปรากฏว่า โม่แข้งกันยืดเยื้อ จนถึงขั้นต้องไปดวลกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ และนาที 100 แฟนๆ พอร์ตสมัธ ในเวมบลีย์ก็ได้เฮดังลั่นทั้งสนาม เมื่อ เฟเดริก ปิกิยอน ซัดประตูให้ทีมขึ้นนำ 1-0 สำเร็จ ขณะที่ สเปอร์ส หลังโดนนำ ก็พยายามโหมเกมรุกเข้าใส่ รวมถึงมีจังหวะยิงลุ้นประตูหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล ก่อนที่จะมามีจุดเปลี่ยนในนาที 115 เมื่อ วิลสัน ปาลาซิออส ไปทำฟาลว์ อารูนา ดินดาน ล้มลงในเขตโทษ และผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที โดย เควิน ปรินซ์-บัวเต็ง เด็กเก่าสเปอร์สเอง รับหน้าที่สังหาร ยัดมุมซ้ายเข้าไปไม่พลาดให้ พอร์ตสมัธ ได้ประตูฝังเป็น 2-0

ส่วนช่วงต่อเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม พอร์ตสมัธ พลิกชนะ สเปอร์ส 2-0 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปเจอกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ต่อไป

สรุปผล ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. (คู่ที่จบแล้ว)
วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 สโต๊ค ซิตี
แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส 0-0 แมนฯยู
ลิเวอร์พูล 0-0 ฟูแลม
แมนฯซิตี้ 5-1 เบอร์มิงแฮม